นิทานปรัมปรา คือ นิทานที่มีขนาดยาว
และไม่ระบุสถานที่ที่แน่นอนแต่กำหนดเวลา จึงมักขึ้นต้นนิทานว่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นิทานประเภทนี้ได้แก่ เจ้าหญิงนิทรา ปลาบู่ทอง นางสิบสอง
เป็นต้น
นิทานปรัมปรา เป็นเรื่องค่อนข้างยาวสมมุติว่าเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่ง
แต่สถานที่เลื่อนลอย มักขึ้นต้นว่า กาลครั้งหนึ่ง หรือ นานมาแล้ว
เนื้อเรื่องจะประกอบด้วยอิทธิฤทธิ์ และมักจะจบลงด้วยความสุข เช่น เรื่องนางสิบสอง
เรื่องสังข์ทอง ปลาบู่ทองเป็นต้น ในนิทานปรัมปรา มีทั้งคนดีและคนเลว รวมทั้งเทพยดา
และภูตผีปีศาจ
นิทานประเภทนี้มักมีเรื่องเกี่ยวกับข้อห้ามหรือคำสั่งที่ผู้ใดขัดขืนต้องเกิดเภทภัย และการจะเกิดเหตุมักจะเกิดในครั้งที่สามเสมอ
2. นิทานท้องถิ่น (Legend)
นิทานท้องถิ่น คือ นิทานที่มีเหตุการณ์เพียงเหตุการณ์เดียว ระบุสถานที่แน่นอน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี ตำนาน โชคลาง ความเชื่อ ผีสาง เทวดา และมักเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เช่น ท้าวแสนปม พระยากง พระยาพาน แม่นาคพระโขนง เป็นต้น
นิทานท้องถิ่น มักเป็นเรื่องเหตุการณ์เดียวและเกี่ยวกับความเชื่อขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นพื้นบ้านพื้นเมืองของคนแต่ละท้องถิ่น แม้จ้นจริง หรือมีเค้าความจนเป็นเรื่องแปลกพิสดาร หรือพ้นวิสัยความเป็นจริงไปบ้างก็ตาม ก็ยังเชื่อกันว่า เรื่องเหล่านี้เกิดจริงเป็นจริง หรือมีเค้าความจริง มีบุคคลจริงและสถานที่จริง นิทานท้องถิ่นหรือตำนานอาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับวีรบุรุษประจำชาติ เช่น เรื่องพระร่วง เรื่องพระยากง เรื่องพระยาพาน หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับนางไม้นางเงือกหรือนางนาค ที่ปรากฏกายและมีเรื่องเกี่ยวข้องกับมนุษย์ตามเรื่องในนิทาน
3. นิทานเทพนิยาย (Myth)
นิทานเทพนิยาย คือ นิทานที่มักกล่าวถึงเรื่องความเชื่อและพิธีกรรมต่าง
ๆ ทางศาสนา เป็นเรื่องที่มีเทวดา นางฟ้า และเป็นเรื่องที่มักเกินความจริง
เช่น นารายณ์สิบปาง รามสูรเมขลาเป็นต้น
นิทานเทพนิยาย หมายถึง นิทานที่เทวดา
นางฟ้าเป็นตัวบุคคลในเรื่องนิทานนั้น เช่น เรื่องพระอินทร์
หรือเรื่องเกี่ยวกับกึ่งเทวดา เช่น เจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าที่ เจ้าแม่ต่าง ๆ เป็นต้น
เทพนิยายมักมีส่วนสัมพันธ์กับความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรมต่าง ๆ
ที่มนุษย์ปฏิบัติในทางศาสนา คนโบราณมักมีคำถามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น อยากรู้ว่าทำไมพระอาทิตย์จึงขึ้นในตอนเช้าและตกในตอนเย็น
ทำไมแผ่นดินจึงสูงเป็นภูเขาบ้างต่ำเป็นเหวบ้าง คนโบราณไม่มีนักวิทยาศาสตร์และตำราที่จะค้นคว้าหาคำตอบ
จึงคิดหาคำตอบให้แก่ตนเอง โดยผูกเป็นเรื่องสนุกสนานเหลือเชื่อ
เช่น พระอาทิตย์ก็ต้องเก่งกว่าคนธรรมดา จนกลายเป็นว่า
พระอาทิตย์เป็นเทพเจ้า ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ มักมีนิทานหรือเรื่องเล่าทั้งสิ้น
เสียงใบไม้ไหวก็มีเรื่องเล่าว่า เป็นเสียงคร่ำครวญของนางไม้ กระแสน้ำไหลก็เล่าว่า เป็นเทพธิดารีบวิ่งไปหาคนรักที่อยู่ในทะเลอย่างรีบเร่ง เป็นต้น
4. นิทานเกี่ยวกับสัตว์ (Animal Tale)
นิทานเกี่ยวกับสัตว์ คือ นิทานที่มีตัวเอกของเรื่องที่เป็นสัตว์ หรือมีคนเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วย
มักจะเล่าเชิงเปรียบเทียบกับมนุษย์ โดยสัตว์ ในนิทานจะมีความคิด
และความสามารถเช่นเดียวกับคน เช่น นิทานอีสป นิทานชาดก
นิทานเรื่องสัตว์
เป็นนิทานที่มักมีตัวเอกของเรื่องเป็นสัตว์เสมอ
แต่สมมุติว่ามีความคิดและการกระทำ ตลอดจนพูดได้อย่างมนุษย์ มีทั้งสัตย์ป่า
สัตย์บ้าน บางทีก็เป็นเรื่องที่มีคนเกี่ยวข้องด้วย
แต่คนและสัตย์พูดโต้ตอบและปฏิบัติต่อกันเหมือนมนุษย์ธรรมดา เช่น
เรื่องกระต่ายกับเต่า ช้างกับนกกระจาบ เป็นต้น
นิทานตลก เป็นเรื่องสั้นๆเนื้อหาจุดสำคัญอยู่ที่เรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ อาจจะเป็นเรื่องการแก้เผ็ด การแค้น หรือการแสดงไหวพริบ เป็นการแสดงออกทางด้านอารมณ์ของมนุษย์ที่ต้องการหลุดพ้นจากกรอบของวัฒนธรรมประเพณีและกิจวัตร ฉะนั้นนิทานประเภทนี้จึงรวมไปถึงนิทานเหลือเชื่อซึ่งทั้งผู้ฟัง
ผู้อ่าน และผู้เล่าไม่ติดใจในความไม่สมจริงเหล่านั้น
1. นิทานช่วยปลูกฝังให้เด็กเป็นคนช่างคิดและช่างสังเกต ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างเด็กให้มีความมั่นใจกล้าคิด
และกล้าแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ถูกที่ควร ถูกที่และถูกเวลา
2. นิทานทำให้เด็กได้เรียนรู้ด้านภาษา
การที่เด็กได้ฟังเสียงที่ได้ยิน จะทำให้รู้จักคำ ความหมายของคำ
รู้จักประโยคและความหมายของประโยค เป็นการปูพื้นฐานทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน
เขียนให้กับเด็ก
3. นิทานกระตุ้นจินตนาการของเด็ก
น้ำเสียงที่พ่อแม่เล่านิทานให้เด็กฟังจะช่ยเสริมสร้างจินตนาการ
การเล่านิทานบ่อยๆ จะทำให้เด็กได้ฝึกการสร้างสรรค์จินตนาการที่แปลกใหม่
กว้างไกล ไร้ขอบเขต
4. นิทานช่วยบ่มเพาะคุณธรรมและจริยธรรมให้กับเด็ก
นิทานส่วนใหญ่จะสอดแทรกคุณธรรม
ทักษะชีวิตและข้อคิดดีๆไว้ในเนื้อเรื่องหรือตอนท้ายของเรื่องทำให้เด็กได้ตระหนักถึงคุรงามความดี
และสิ่งเหล่านี้จะติดตัวลูกไปจนกระทั่งเติบโต
5. นิทานเสริมสร้างสมาธิ
ช่วงเวลาของการฟังนิทานเด็กจะตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ
หากพ่อแม่เลือกนิทานได้เหมาะสมกับช่วงวัย
ก็จะทำให้ลูกเข้าใจเรื่องราวของนิทาน และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
6. นิทานสร้างความสัมพัธ์ที่ดีในครอบครัว
ช่วงเวลาดีๆที่พ่อแม่เล่านิทานให้ลูกฟัง
จะเป็นช่วงเวลาแห่งความรักและความอบอุ่นเป็นการเสริมสร้างสายใยความผูกพันอันดีระหว่างพ่อแม่ลูก
อ้างอิง
นิทานปรัมปรา คือ นิทานที่มีขนาดยาว
และไม่ระบุสถานที่ที่แน่นอนแต่กำหนดเวลา จึงมักขึ้นต้นนิทานว่า
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นิทานประเภทนี้ได้แก่ เจ้าหญิงนิทรา ปลาบู่ทอง นางสิบสอง
เป็นต้น
นิทานปรัมปรา เป็นเรื่องค่อนข้างยาวสมมุติว่าเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่ง แต่สถานที่เลื่อนลอย มักขึ้นต้นว่า กาลครั้งหนึ่ง หรือ นานมาแล้ว เนื้อเรื่องจะประกอบด้วยอิทธิฤทธิ์ และมักจะจบลงด้วยความสุข เช่น เรื่องนางสิบสอง เรื่องสังข์ทอง ปลาบู่ทองเป็นต้น ในนิทานปรัมปรา มีทั้งคนดีและคนเลว รวมทั้งเทพยดา และภูตผีปีศาจ นิทานประเภทนี้มักมีเรื่องเกี่ยวกับข้อห้ามหรือคำสั่งที่ผู้ใดขัดขืนต้องเกิดเภทภัย และการจะเกิดเหตุมักจะเกิดในครั้งที่สามเสมอ
นิทานปรัมปรา เป็นเรื่องค่อนข้างยาวสมมุติว่าเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่ง แต่สถานที่เลื่อนลอย มักขึ้นต้นว่า กาลครั้งหนึ่ง หรือ นานมาแล้ว เนื้อเรื่องจะประกอบด้วยอิทธิฤทธิ์ และมักจะจบลงด้วยความสุข เช่น เรื่องนางสิบสอง เรื่องสังข์ทอง ปลาบู่ทองเป็นต้น ในนิทานปรัมปรา มีทั้งคนดีและคนเลว รวมทั้งเทพยดา และภูตผีปีศาจ นิทานประเภทนี้มักมีเรื่องเกี่ยวกับข้อห้ามหรือคำสั่งที่ผู้ใดขัดขืนต้องเกิดเภทภัย และการจะเกิดเหตุมักจะเกิดในครั้งที่สามเสมอ
2. นิทานท้องถิ่น (Legend)
นิทานท้องถิ่น คือ นิทานที่มีเหตุการณ์เพียงเหตุการณ์เดียว ระบุสถานที่แน่นอน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี ตำนาน โชคลาง ความเชื่อ ผีสาง เทวดา และมักเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เช่น ท้าวแสนปม พระยากง พระยาพาน แม่นาคพระโขนง เป็นต้น
นิทานท้องถิ่น มักเป็นเรื่องเหตุการณ์เดียวและเกี่ยวกับความเชื่อขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นพื้นบ้านพื้นเมืองของคนแต่ละท้องถิ่น แม้จ้นจริง หรือมีเค้าความจนเป็นเรื่องแปลกพิสดาร หรือพ้นวิสัยความเป็นจริงไปบ้างก็ตาม ก็ยังเชื่อกันว่า เรื่องเหล่านี้เกิดจริงเป็นจริง หรือมีเค้าความจริง มีบุคคลจริงและสถานที่จริง นิทานท้องถิ่นหรือตำนานอาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับวีรบุรุษประจำชาติ เช่น เรื่องพระร่วง เรื่องพระยากง เรื่องพระยาพาน หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับนางไม้นางเงือกหรือนางนาค ที่ปรากฏกายและมีเรื่องเกี่ยวข้องกับมนุษย์ตามเรื่องในนิทาน
3. นิทานเทพนิยาย (Myth)นิทานท้องถิ่น มักเป็นเรื่องเหตุการณ์เดียวและเกี่ยวกับความเชื่อขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นพื้นบ้านพื้นเมืองของคนแต่ละท้องถิ่น แม้จ้นจริง หรือมีเค้าความจนเป็นเรื่องแปลกพิสดาร หรือพ้นวิสัยความเป็นจริงไปบ้างก็ตาม ก็ยังเชื่อกันว่า เรื่องเหล่านี้เกิดจริงเป็นจริง หรือมีเค้าความจริง มีบุคคลจริงและสถานที่จริง นิทานท้องถิ่นหรือตำนานอาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับวีรบุรุษประจำชาติ เช่น เรื่องพระร่วง เรื่องพระยากง เรื่องพระยาพาน หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับนางไม้นางเงือกหรือนางนาค ที่ปรากฏกายและมีเรื่องเกี่ยวข้องกับมนุษย์ตามเรื่องในนิทาน
นิทานเทพนิยาย คือ นิทานที่มักกล่าวถึงเรื่องความเชื่อและพิธีกรรมต่าง
ๆ ทางศาสนา เป็นเรื่องที่มีเทวดา นางฟ้า และเป็นเรื่องที่มักเกินความจริง
เช่น นารายณ์สิบปาง รามสูรเมขลาเป็นต้น
นิทานเทพนิยาย หมายถึง นิทานที่เทวดา
นางฟ้าเป็นตัวบุคคลในเรื่องนิทานนั้น เช่น เรื่องพระอินทร์
หรือเรื่องเกี่ยวกับกึ่งเทวดา เช่น เจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าที่ เจ้าแม่ต่าง ๆ เป็นต้น
เทพนิยายมักมีส่วนสัมพันธ์กับความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรมต่าง ๆ
ที่มนุษย์ปฏิบัติในทางศาสนา คนโบราณมักมีคำถามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น อยากรู้ว่าทำไมพระอาทิตย์จึงขึ้นในตอนเช้าและตกในตอนเย็น
ทำไมแผ่นดินจึงสูงเป็นภูเขาบ้างต่ำเป็นเหวบ้าง คนโบราณไม่มีนักวิทยาศาสตร์และตำราที่จะค้นคว้าหาคำตอบ
จึงคิดหาคำตอบให้แก่ตนเอง โดยผูกเป็นเรื่องสนุกสนานเหลือเชื่อ
เช่น พระอาทิตย์ก็ต้องเก่งกว่าคนธรรมดา จนกลายเป็นว่า
พระอาทิตย์เป็นเทพเจ้า ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ มักมีนิทานหรือเรื่องเล่าทั้งสิ้น
เสียงใบไม้ไหวก็มีเรื่องเล่าว่า เป็นเสียงคร่ำครวญของนางไม้ กระแสน้ำไหลก็เล่าว่า เป็นเทพธิดารีบวิ่งไปหาคนรักที่อยู่ในทะเลอย่างรีบเร่ง เป็นต้น
4. นิทานเกี่ยวกับสัตว์ (Animal Tale)
นิทานเกี่ยวกับสัตว์ คือ นิทานที่มีตัวเอกของเรื่องที่เป็นสัตว์ หรือมีคนเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ด้วย มักจะเล่าเชิงเปรียบเทียบกับมนุษย์ โดยสัตว์ ในนิทานจะมีความคิด และความสามารถเช่นเดียวกับคน เช่น นิทานอีสป นิทานชาดก
นิทานเรื่องสัตว์
เป็นนิทานที่มักมีตัวเอกของเรื่องเป็นสัตว์เสมอ
แต่สมมุติว่ามีความคิดและการกระทำ ตลอดจนพูดได้อย่างมนุษย์ มีทั้งสัตย์ป่า
สัตย์บ้าน บางทีก็เป็นเรื่องที่มีคนเกี่ยวข้องด้วย
แต่คนและสัตย์พูดโต้ตอบและปฏิบัติต่อกันเหมือนมนุษย์ธรรมดา เช่น
เรื่องกระต่ายกับเต่า ช้างกับนกกระจาบ เป็นต้น
นิทานตลก เป็นเรื่องสั้นๆเนื้อหาจุดสำคัญอยู่ที่เรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ อาจจะเป็นเรื่องการแก้เผ็ด การแค้น หรือการแสดงไหวพริบ เป็นการแสดงออกทางด้านอารมณ์ของมนุษย์ที่ต้องการหลุดพ้นจากกรอบของวัฒนธรรมประเพณีและกิจวัตร ฉะนั้นนิทานประเภทนี้จึงรวมไปถึงนิทานเหลือเชื่อซึ่งทั้งผู้ฟัง
ผู้อ่าน และผู้เล่าไม่ติดใจในความไม่สมจริงเหล่านั้น
1. นิทานช่วยปลูกฝังให้เด็กเป็นคนช่างคิดและช่างสังเกต ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างเด็กให้มีความมั่นใจกล้าคิด
และกล้าแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ถูกที่ควร ถูกที่และถูกเวลา
2. นิทานทำให้เด็กได้เรียนรู้ด้านภาษา
การที่เด็กได้ฟังเสียงที่ได้ยิน จะทำให้รู้จักคำ ความหมายของคำ
รู้จักประโยคและความหมายของประโยค เป็นการปูพื้นฐานทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน
เขียนให้กับเด็ก
3. นิทานกระตุ้นจินตนาการของเด็ก
น้ำเสียงที่พ่อแม่เล่านิทานให้เด็กฟังจะช่ยเสริมสร้างจินตนาการ
การเล่านิทานบ่อยๆ จะทำให้เด็กได้ฝึกการสร้างสรรค์จินตนาการที่แปลกใหม่
กว้างไกล ไร้ขอบเขต
4. นิทานช่วยบ่มเพาะคุณธรรมและจริยธรรมให้กับเด็ก
นิทานส่วนใหญ่จะสอดแทรกคุณธรรม
ทักษะชีวิตและข้อคิดดีๆไว้ในเนื้อเรื่องหรือตอนท้ายของเรื่องทำให้เด็กได้ตระหนักถึงคุรงามความดี
และสิ่งเหล่านี้จะติดตัวลูกไปจนกระทั่งเติบโต
5. นิทานเสริมสร้างสมาธิ
ช่วงเวลาของการฟังนิทานเด็กจะตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ
หากพ่อแม่เลือกนิทานได้เหมาะสมกับช่วงวัย
ก็จะทำให้ลูกเข้าใจเรื่องราวของนิทาน และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
6. นิทานสร้างความสัมพัธ์ที่ดีในครอบครัว
ช่วงเวลาดีๆที่พ่อแม่เล่านิทานให้ลูกฟัง
จะเป็นช่วงเวลาแห่งความรักและความอบอุ่นเป็นการเสริมสร้างสายใยความผูกพันอันดีระหว่างพ่อแม่ลูก
อ้างอิง







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น